รานิเอรี่ระบุ การคุมทีมในกัลโช่ หินกว่าลีกไหนๆเสียอีก

เคลาดิโอ รานิเอรี่

เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือสมองเพชรของโมนาโก ยอดทีมของศึกลูกหนังลีกเอิงได้เปรียบเปรยการคุมทีมในอิตาลีเป็นเหมือนกับการดิ่งพสุธาโดยไร้ซึ่งร่มชูชีพ แต่หากใครที่ได้ลองทำทีมในกัลโช่ฯดูสักครั้งแล้ว จะไปคุมทีมไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะการคุมสโมสรในอิตาลีนี่ ยากกว่าลีกแห่งอื่นมากเลยทีเดียว

 

รานิเอรี่ วัย 62 ปี เคยผ่านการเป็นกุนซือมาแล้วมากมายหลากหลายสโมสรอย่างเช่น ยูเวนตุส , โรม่า, อินเตอร์มิลาน, ฟิออเรนติน่า รวมไปถึง นาโปลี แต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ได้เอ่ยปากบอกกับนักข่าวว่าหากโค้ชคนไหนเคยชิมลางการทำทีมในอิตาลีมาก่อน รับรองว่าจะไปคุมทีมไหนในโลกก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะในอิตาลี ยากกว่าที่สุดนั่นเอง

 

“เคล็ดลับในการคุมสโมสรในอิตาลีก็คือ ต้องใจเย็นและสุขุมเข้าไว้ ยิ้มให้ตลอด เพราะมันเหมือนกับว่าเรากำลังดิ่งลงมาจากบนฟ้าและไม่ชัวร์ว่า ร่วมชูชีพของเรามันจะกางหรือไม่”

 

คูตินโญ่ผงะ เจอซาญ่าตะคอกใส่

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ตัวรุกแซมบ้าของลิเวอร์พูล คงถึงคราวผงะเมื่อกล้องได้จับภาพตอนที่ คูตินโญ่กำลังถูกบาการี่ ซาญ่า ฟูลแบ็กชาวฝรั่งเศสของอาร์เซนอลตะคอกใส่หลังจากที่ทางเพลย์เมกเกอร์บราซิเลี่ยนไม่ยอมเตะบอลทิ้งในจังหวะที่ทางผู้เล่นของอาร์เซนอลได้รับบาดเจ็บ

 

ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ผ่านไปนี้นั้น อาร์เซนอลเป็นฝ่ายโค่นลิเวอร์พูลลงได้สำเร็จ 2-0 ส่งผลให้อาร์เซนอลยึดจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็มีจังหวะที่คีแรน กิ๊บส์ แบ็กซ้ายของอาร์เซนอลที่ได้รับบาดเจ็บที่น่องใช่วงก่อนหมดเวลาการแข่งขัน 15 นาทีและได้พยายามคลานเข้ามาอยู่ในสนามหลังจากนอนเจ็บอยู่ที่ข้างสนาม แต่ทางคูตินโญ่นั้นไม่ได้ทำการเตะบอลทิ้งเพื่อให้กรรมการและฝ่ายปฐมพยาบาลเข้ามาดู

 

เป็นผลให้ทางซาญ่าถึงกับน็อตหลุด เข้ามาตะคอกและต่อว่าคูตินโญ่เป็นการใหญ่ที่ไม่แสดงน้ำในต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคาดการณ์ว่าคูตินโญ่น่าจะไม่เห็นคนเจ็บมากกว่า

ตาต้าซูอกฟอร์มของอเล็กซิส ปิดปากนักวิจารณ์ได้สำเร็จ

เคราร์โด้ มาร์ติโน่ เทรนเนอร์ของทัพบาร์เซโลน่า ได้ออกโรงยกย่องฟอร์มการเล่นของ อเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลีที่ในฤดูกาลนี้ สามารถระเบิดฟอร์มการเล่นในระดับสุดยอดออกมาได้ในที่สุด หลังจากเคยประสบปัญหาในการเล่นและปรับตัวเข้ากับการเล่นให้กับบาร์เซโลน่ามาก่อน

เคราร์โด้ มาร์ติโน่

ปีกหมายเลข 9 เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับฟอร์มการเล่น นับตั้งแต่ย้ายจากอูดิเนเซ่มาเล่นให้กับบาร์เซโลน่าเมื่อปี 2011 จนตกเป็นข่าวว่าจะย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมในกัลโช่ฯ แต่แล้ว การเข้ามาทำทีมของตาต้าก็เหมือนทำให้อเล็กซิสสามารถแจ้งเกิดได้อีกครั้ง ด้วยการยิงประตูอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นครั้งแรกที่อเล็กซิส ซานเชซ สามารถยิงประตูได้ติดต่อกันภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ทั้งยิงเรอัล มาดริด และยิงเอสปันญอล

 

“เห็นได้ชัดว่าเขากล้าเล่นมากขึ้น เขาสร้างโอกาสให้ทีมเรามากมายจนทีมของเราชนะได้”

“ผมยินดีกับเขามากที่เขาเค้นฟอร์มได้ สุดยอดมากจริง”

แทงบอลออนไลน์บนมือถือ พร้อมโปรเด็ด

ลุ้นบอล

พนันออนไลน์ทางเข้าเอ็มแปดแปดเว็บไซต์อันดับ 1ในเอเชีย สนุกกับการแทงบอลออนไลน์บนมือถือ กับเว็บพนันบอลที่มีอัตราการต่อรองที่ดีที่สุด พร้อมจ่ายคุณแบบไม่อั้น พร้อมฝากถอนเงินได้ตามปกติ สอบถามพนักงานได้ตลอดเวลา มันส์สุดอารมณ์กับบริการแทงบอลออนไลน์บนมือถือ ที่คุณสามารถเดิมพันได้ทุกที่ทุกเวลา เล่นได้ทุกที่กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นและนี่คืออีกเทคโนโลยีที่ได้สร้างมาจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ ให้ท่านได้จุใจกับการเดิมพันบนมือถือทุกคู่ ไม่ใช่แค่ฟุตบอลเท่านั้น คุณสามารถเดิมพันกีฬาอื่นๆบนมือถือได้อย่างเต็มอรรถรสสนุกเร้าใจไปกับโอกาสดีๆ ที่ปลอดภัยและมั่นคง รวดเร็วทันใจ และรับประกันได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

m88club

โปรโมชั่นm88 แทงบอลออนไลน์ โปรโมชั่น พนันกีฬา

สำหรับสมาชิกใหม่ แทงบอลออนไลน์m88 โปรโมชั่นวันนี้รับไปเลยสิทธิพิเศษไม่เหมือนใคร กับแทงบอลออนไลน์ โปรโมชั่น สมาชิกใหม่ แจก 1,000 บาท ไปเลยเท่านั้นยังไม่พอ เมื่อคุณสมัครสมาชิกใหม่ก็รับโบนัสอีกต่อ ด้วยโบนัสพิเศษ จัดเต็มอีก 10เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถรับโบนัสพิเศษได้ทุกวัน โดยสามารถรับโบนัสจากโปรโมชั่นได้สูงสุดถึง 1,500 ต่อวันเลยทีเดียวแต่สิทธิเศษแบบโดนๆนี้ เพื่อสมาชิกใหม่เพียงเท่านั้นนะครับ การที่จะได้รับโบนัส 10เปอร์เซ็นต์ สมาชิกใหม่ต้องมีการเล่นเทิร์นโอเวอร์ 5เท่าซะก่อนนะครับ แค่นี้ก็รับโบนัสฟรีๆ ไปเดิมพันกันได้เลยครับใครที่ว่ายังไม่คุ้ม ก็เตรียมตัวมารับค่าคอมมิชชั่นอีกหนึ่งต่อ สำหรับผู้เดิมพันกีฬาออนไลน์เท่านั้นนะครับ

 

บทสัมภาษณ์อัซซูรี่

ไม่มีใครอยากเชื่อซักคน เมื่อเห็นภาพนักเตะอัซซูรี่ที่มีนักเตะ ระดับคุณภาพคับทีม ไม่ว่าจะเป็น เปาโล มัลดินี่, จอนฟวงโก้ โซล่า, เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่, ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ และแม้กระทั่งน้องใหม่ที่มีฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ในซีรี่ส์ เอ อย่างเอนริโก้ เคียซ่า ต้องเดินคอตก ออกจากสนามแอฟิลด์เพราะตกรอบแรกของศึกยูโร 96

หลายๆ คนก่นด่า อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ ที่วางแผนผิดพลาดจนต้อง พ่ายแพ้แก่สาธารณรัฐเชก ในนัดที่ 2 เพราะเขาเปลี่ยนผู้เล่นตัวหลัก พร้อมกันถึง 5 คน

หลายๆคนอาจโทษ จิอันฟรังโก้ โซล่า ที่พลาดลูกจุดโทษทำให้สกอร์ในนัดกับเยอรมันต้องจบลงที่ 0 ประตูต่อ 0

และหลาย ๆคนอาจโทษโน่นโทษนี่ เท่าที่จะนึกออกว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน

แต่จริงๆ แล้ว กว่าจะมาถึงจุดจบที่น่าเสียดายครั้งนี้ทีมชาติอัซซูรี่ ได้พลาดมาแล้วมากมายหลายอย่าง…นับแต่เริ่มเตรียมทีมสำหรับทัวร์ นาเมนต์นี้เลยทีเดียว

นับแต่ชัยชนะใน2 นัดสุดท้ายต่อถูเครน 3 ประตูต่อ 1 และต่อ ลิธัวเนีย 4 ประตูต่อ 0 ในรอบคัดเลือก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นใบเบิกทางไปสู่ยูโร 96 ที่อังกฤษนั้น

อิตาลีไม่เคยเตะนัดอุ่นเครื่องที่จริงจังอีกเลย

นอกจากช่วงปลายเดือนมกราคม ที่อิตาลีเชิญเวลส์ ทีมที่ค่อนข้างอ่อนชั้นมาเตะกระชับมิตร และอิตาลีคว้าชัยชนะอย่างงดงามอีกครั้งถึง 3 ประตูต่อ 0

ชัยชนะด้วยจำนวนสกอร์ที่มากมาย โดยที่ทีมไม่ได้พึ่งพา ซูเปอร์สตาร์หน้าเก่าอย่างโรบี้ บักโจ้ หริอ จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ใน3 นัดนี้ ทำให้ ซ้าคคี่ เริ่มมั่นอกมั่นใจกับทีมชาติชุดนี้ของเขามากยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกนับแต่ที่เริ่มจับงานกุนซือทีมชาติที่เขาสามารถสร้าง ทีมของซ้าคคี่ ที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้เล่นที่เป็นสมองและหัวใจของทีมเพียงคนเดียว เช่นที่ผ่านมา

ซ้าคคี่ ลืมที่จะประเมินค่าของคู่ต่อสู่อย่างแท้จริงมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาคิดว่าเป็นเพราะแผนการเล่นและการวางตัวที่เหมาะสม ทำให้ทีมมีชัยชนะสวยงาม ไมใช่ความต่างระดับของคู่แข่ง อย่างที่เป็นในความจริง

เพราะทั้งยูเครน, ลิธัวเนีย หรือเวลส์นั้นมีมาตรฐานฟุตบอลและนักเตะที่ต่างระดับกับอิตาลีโดยสิ้นเชิง

หลังจากชัยชนะเหนือเวลส์แล้ว เวลา 4 เดือน เต็ม ๆ ที่เหลืออยู่ซ้าคคี่ไม่กำหนดโปรแกรมอุ่นเครื่อง เลยแม้แต่นัดเดียว

ปล่อยให้นักเตะมั่นใจในชัยชนะสุดหรู 3 นัด ที่ผ่านมาอย่างเต็มเปี่ยมว่า นั่นคือความสุดยอดอย่างแท้จริง

ว่ากันด้วยเรื่องยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน ชิพ

“ภาษาฟุตบอล” เป็นที่ทุกคนยอมรับกันทั่วโลกและศึกญูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน ชิพ หรือ “ยูโร 96″ ซึ่งอังกฤษรับหน้าที่เจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 30 11 ก็รวมอยู่ในคำจำกัดความข้าง สันด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

การคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของเยอรมัน หรือ การเข้าชิงชนะเลิศของม้ามืดอย่างสาธารณรัฐเชก คือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เกมลูกหนังสมัยใหม่นั้นกลายเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกันหมดสิ้น

แต่นอกเหนือจากสิงเหล่านั้น ยูโร 96 ยัง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรท่ามกลาง แฟนบอลต่างชาติต่างภาษา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ให้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปมั่นอกมั่นใจกับหน้าที่เจ้าภาพของอังกฤษเป็นอย่างยิ่งนั้นเอง

ยูโร 96 คือทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณมากมาย เริมดั้งแต่การตกรอบแรกของรองแชมป์โลก อิตาลี และแชมป์เก่า เดนมาร์ก ซึ่งเป็นผลงานที่ตากว่ามาตรฐานของ2 ทีมใหญ่

ขณะเดียวกัน ม้ามืดอย่างสาธารณรัฐเชก และโครเอเชีย ต่างเข้ารอบลึกมาได้ด้วยความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะนักเตะเชก ทีมน้องใหม่ ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะไม่ผ่านรอบแรก กลับแซง หน้าทีมใหญ่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทั้งแผง ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, โปรตุเกส หรือตัวเก็งอย่างฝรั่งเศสในนัด ตัดเชือกก็ตาม

แม้แต่อังกฤษเจ้าภาพเองก็หนไม่พ้นปัญหา โดยเฉพาะการลงเตะในบ้านตัวเองต่อหน้าแฟน หลายหมื่นในเวมบลีย์ รวมทั้งอีกหลายลานที่รอชม ผลงานอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จึงถือเป็นความกดดัน อย่างยิ่งของทีมสิงโตคำราม

ทว่า เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ก็แก้ไขสถานการณ์ ไปได้ทีละเปลาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความประพฤตินอกสนามของลูกทีม หรือการทำให้อังกฤษเข้าถึงรอบตัดเชือกกับเยอรมันได้สำเร็จ

และที่เหนือสิ่งอื่นใด นั่นก็คือเจ้าของแชมป์ จากเมืองเบียร์ที่พบกับงานยากลำบากมาตั้งแต่เริ่มด้น แบร์ตี้ โฟ้กท์ส ต้องเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวสำคัญที่หายหน้าไปวันละราย สองราย ที่แม้แต่กัปตันทีม เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์เอง ก็ต้องเร่งฟิตตัวอย่างหนักเพื่อลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ วันสินสุดของการรอคอยมาถึง เมื่อเยอรมัน สามารถใช้กฎ “โกลเด้นโกล์” ตัดสินชัยชนะเหนือ สาธารณรัฐเชกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์ พร้อมกับยุติสถิติปราศจากความสำเร็จของโฟ้กท์ส ในฐานะบุนเดสเทรนเนอร์ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาลงได้ อย่างมีสไตล์

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรยากาศของยูโร 96 ครั้งนี้จะต้องถูกจดจำไปอีกเท่านานแน่นอน

แค่รางวัลปลอบใจสำหรับเจ้าภาพ

เจ้าภาพอังกฤษ ได้ถ้วยรางวัลจากการแข่ง ขันยูโร 96 ไปครองสมใจ แต่ว่าไม่ใช่ถ้วยอองรี เดอโลเนย์ อย่างที่พวกเขาพากันวาดความฝันเอาไว้ แต่เป็นถ้วยรางวัล “แฟร์เพลย์” ในฐานะทีมที่ได้ชื่อว่าเล่นได้ขาวสะอาดที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

“แฟร์เพลย์” เปรียบไปแล้วก็เสมือนกับเป็น สัญลักษณ์การค้าอย่างหนึ่งของยูฟ่า ที่พยายามอย่างยิ่งในการที่จะรณรงค์ให้กีฬาฟุตบอลเป็นการแข่งขันที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบรรดาเยาวชนคนรุ่นใหม่ของโลก

ฟุตบอลได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม ไปทั่วโลกจนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นอันดับหนึ่งของมนุษยชาติไปแล้ว และการที่ระบบการสื่อสารต่าง ๆ ในปัจจุบันพัฒนารุดหน้าไปไกลมาก ทำให้การแข่ง ขันฟุตบอลนัดหนึ่งถูกแพร่หลายไปตามที่ต่าง ๆ ของโลกอย่างกว่างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแข่งขันรายการสำคัญๆ อย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ ยุโรปนี้ ดังนั้น ทางยูฟ่าจึงพยายามหามาตรการป้องกันไม่ให้ภาพการแข่งขันที่รุนแรงปรากฏออกไปสู่สายตาชาวโลก และนี่คือที่มาของสัญลักษณ์สีเหลือง ที่มักจะเห็นกันอยู่เสมอ ๆ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่ม ขึ้นภายใต้ชื่อว่า แฟร์เพลย์

สำหรับในศึกยูโร 96 ทีมที่คว้ารางวัลชิ้นนี้ ไปครองก็คือ ทีมสิงโตคำรามอังกฤษ ในฐานะทีมที่เล่นได้สุภาพที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยก่อนหน้า นั้นพวกเขาก็เคยคว้ารางวัลนี้มาครองได้แล้วครั้งหนึ่ง ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1990 ที่อิตาลี ซึ่งในครั้งนั้นพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปได้จนถึงรอบรองฯ เช่นเดียวกับในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปครั้งนี้

เลนนาร์ต โยฮันส์สัน ประธานยูฟากล่าวชื่นชม ความสำเร็จของทีมเจ้าภาพเสียยกใหญ่กับ การคว้ารางวัลนี้ไว้ได้ในครอบครอง แต่ดูเหมือนว่า ถ้วยใบนี้ดูจะเทียบกับถ้วยรางวัลแชมป์ยุโรปที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย โดยดู ได้จากคำกล่าวของเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ผู้กลายเป็นอดีตนายใหญ่ทีมชาติไปแล้ว “เราไม่อยากได้รางวัล นี้เลย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเสียเลยจริงไหม!”

อันดับดาวซัลโว ยูโร96

อลัน เชียเรอร์      5 ประตู : อลัน เชียเรอร์ (อังกฤษ)

3 ประตู : ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ (บัลแกเรีย), ไบรอัน เลาดรู๊ป (เดนมาร์ก),เจอร็เก้น คลิ้นสมันน์ (เยอรมัน), ดาวอร์ ซูเคอร์ (โครเอเชีย)

2 ประตู : ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ (อิตาลี), เท็ดดี้ เชอริงแฮม (อังกฤษ), มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมัน) โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ (เยอรมัน) 1 ประตู : พาทริค ไคลเวิร์ด (ฮอลแลนด์), คูบิเลย์ เตอร์คิลมาซ (สวิตเซอร์แลนด์), อัลฟองโซ่ เปเรซ (สเปน), อันเดรียส์ โมลเลอร์ (เยอรมัน), คริสเตียน ซีเก้ (เยอรมัน), ซา ปินโต้ (โปรตุเกส), คริสตอฟ ดูการ์รี่ (ฝรั่งเศส), อิลย่า ชิมบาลาร์ (รัสเซีย), โกรัน วลาโอวิช (โครเอเชีย), จอร์ดี้ ครัฟฟ์ (ฮอลแลนด์), เดนนิส เบิร์กแค้มฟ์ (ฮอลแลนด์, เฟอร์นันโด เคาโต้ (โปรตุเกส), พาเวล เนดเวด (สาธารณรัฐเชก), ราเด๊ค เบเบิ้ล (สาธารณรัฐเซก), เอ็นริโก้ เคยซ่า (อิตาลี), พอล แกสคอยส์ (อังกฤษ), ยูริ จอร์เกฟฟ์ (ฝรั่งเศส), โฆเซ่ คามิเนโร่(สเปน),ซโวนิเมียร์ โบบัน(โครเอเชีย), ฟลอริน ราดูโชยู (โรมาเนีย), ซาเมียร์ มานฆาริน (สเปน), กิเยร์โม อามอร์ (สเปน), โลร็องด์ บล็องก์ (ฝรั่งเศส), ปาทริซ โลโก้ (ฝรั่งเศส), อัลส์ แม็คคอยส์ท (สก๊อตแลนด์), อัลลัน นีลเซ่น (เดนมาร์ก), หลุยส์ ฟิโก้(โปรตุเกส), โดมิงโกส โอริเวร่า (โปรตุเกส), เจา ปินโต้ (โปรตุเกส), อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย (รัสเซีย), โอมาริ เตตรัดเซ่ (รัสเซีย), วลาดิเมียร์ เบสทชาสทนิช (รัสเซีย),พาเวล คูคา(สาธารณรัฐเซก), แจน ซูโชพาเร็ค (สาธารณรัฐเชก), วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ (สาธารณรัฐเซก), คาเรล โพบอร์สกี้ (สาธารณรัฐเซก), สเตฟาน คุนท์ซ, (เยอรมัน), แพทริค แบร์เกอร์(สาธารณรัฐเซก), ลูโบสลาฟ เปเนฟ (บัลแกเรีย, ยิงเข้าประตูตัวเอง)

บักโจ้ชี้แข่งใหม่ดีกว่าดวลจุดโทษ

โรแบร์โต้ บักโจ้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลกชาว อิตาลี เสนอความเห็นให้ยกเลิกกฎการดวลลูกจุดโทษ หลังจากที่เกมจบลงด้วยการเสมอกัน เพราะการดวลลูกโทษจะเป็นการอาศัยดวงมากกว่าฝีมือ และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการกำหนดให้มีการแข่งขันใหม่นั่นเอง

เจ้าเปียทองคำ บักโจ้ ของอิตาลีที่กลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ของโลกไปในทันทีหลังจากช่วยให้ทีมของเขา คว้าตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐ ได้ กล่าวว่า เขาต้องการให้ยกเลิกกฎการตัดสินผลแพ้-ชนะ ด้วยการยิงจุดโทษเสีย แล้วให้กำหนดวันแข่งขันใหม่แทน ซึ่งจะทำให้ดูเป็นการใช้ฝีมือมากกว่าใช้ดวงเสียอึก

โรแบร์โต้ บักโจ้

บักโจ้ กล่าวว่า “การตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ เพียงไม่กี่นาที ทำให้การเตรียมทีมมาดลอด 4 ปี ดูหมดคุณค่าไปโดยปริยาย เราควรจะหาวิธีที่ดีกว่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นการกำหนดให้แข่งใหม่ภายใน3 วันก็ได้ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ”

นอกจากนี้บักโจ้ ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่ม เติมอึกว่า ความสวยงามและจินตนาการในเกมฟุตบอลดู จะลดน้อยลงไปทุกที เพราะทุกวันนี้บรรดาเทรนเนอร์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่พอใจกับนักเตะที่มีความแข็งแกร่งมากกว่านัก เตะที่มีพรสวรรค์ในเชิงฟุตบอล เพราะพวกเขาคงลืมไป แล้วว่าความสวยงามของฟุตบอลคืออะไร

ซมิเซอร์ บินกลับปรากเพื่อแต่งงาน

วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ศูนย์หน้าตัวเก่งของเชก บินด่วนกลับไปยังกรุงปราก เพื่อแต่งงานกับพาฟลิน่า วิซโคว่า เจ้าสาวของเขาแล้ว เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา และเขาจะต้องเดินทางกลับมาลอนดอนให้ทันวันที่ 30 มิถุนายนนี้ให้ได้ เพื่อลงทำศึกฟุตบอลยูโร 96 กับทีมเยอรมันในนัดชิงฯ ด้วย

พิธีแต่งงานของซมิเซอร์ จัดขึ้นที่โอลด์ ทาวน์ สแควร์ ซึ่งในวันนั้นมีแฟน ๆหลายพันคนใต้มารวมตัวกัน เพื่อเฝ้าดูพิธีการแต่งงานทางกฎหมายของยอดศูนย์หน้า รายนี้ นอกจากนี้ก็มีเพื่อนๆ ของเขาราว 150 คน พร้อมทั้งญาติๆ มาร่วมเป็นพยานในงานนี้ด้วย

ซมิเซอร์ ได้รับอนุญาตจากดูซาน อูห์ริน โค้ช ของเขาให้กลับไปแต่งงานใต้ แต่จะต้องกลับมาให้ทันการแข่งขันในนัดชิงด้วย โดยก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดคิดว่า ทีมของเขาจะผ่านเข้ามาถึงรอบชิงได้ เขาจึงไม่ได้กำหนด วันแต่งงานให้เลยออกไปหลังจบยูโร

ความภูมิใจของยูโร

เลนนาร์ต โยฮันส์สัน ประธานสหพันธ์ฟุตบอล ยุโรป หรือยูฟ่า กล่าวว่า “ผมรู้สึกพอใจมากกับการแข่ง ข้นในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะผมมีความชื่นชมฟุตบอลอังกฤษมานานแล้ว ผมชอบสไตล์การเล่นของพวกเขามาก ดังนั้นผมจึงขอแสดงความยินดีกับพวกเขาทุกคนด้วย”

“การแข่งชันฟุตบอลยูโร 96 มันเปรียบเสมือนวันเก่าๆ ได้หวนกลับคืนมาเป็นอย่างดี มันไม่ได้เป็นเพียง แค่ฟุตบอลคืนถิ่นเท่านั้น แต่มันก็มีอะไรที่มากกว่านั้นอยู่ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอังกฤษจะเอาชนะเยอรมันได้พวกเขาก็คงได้รับรางวัลแฟร์เพลย์อวอร์ดอยู่เช่นเดิม โดยพวกเขาได้รับรางวัลนี้ในช่วงระหว่างพักครึ่งของเกม การแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศระหว่างเยอรมันกับ สาธารณรัฐเชก ที่สนามเวมบลีย์ และบรรดาแฟนบอลของฮอลแลนด์ก็จะได้รับการเชิดชูเกียรติจากทางยูฟ่า ด้วยในฐานะกองเชียร์ยอดเยี่ยม

อังกฤษนั้นเคยได้รับรางวัลฟีฟ่าแฟร์เพลย์อวอร์ด มาแล้วในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี ซึ่งในปี นั้นพวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อเยอรมันด้วยการดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกัน แฟนเยอรมันฉลองชุดเหวี่ยงหลังเขี่ยอังกฤษ

หลังจากที่เยอรมันสามารถพิชิตอังกฤษได้จาก การดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศ บรรดาแฟนๆ ของทีมอินทรีเหล็กที่อยู่ตามที่ต่างๆ ก็ได้ออกมารวมตัวกัน ดามถนน และย่านต่างๆ เพื่อมาเฉลิมฉลองชัยชนะกัน อย่างสนุกสนาน

แฟนบอลเยอรมันในกรุงเบอร์ลินหลายร้อยคน ไดไปรวมตัวกันในย่านช้อปปิ้งของฝั่งตะวันตก เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกตน โดยมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟ กันอย่างสนุกสนาน ส่วนที่เมืองโคโลญจน์ก็มีการนำธงชาติ เยอรมันมาโบกสะบัดทางหน้าต่างรถ พร้อมกับขับรถวนไปรอบๆ เมืองด้วย

บรรดาแฟนบอลของเยอรมันหลายต่อหลายคน ต่างก็พากันให้ล้มภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์อย่างสะใจว่า พวกเขาไม่รู้สึกโกรธที่หนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ จะล้อเสียนพวกเขาอย่างไร แต่พวกผู้ดีบางคนคงอยากจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยสงครามโลก และในการเล่นนั้น พวกเขาก็สมควรได้รับชัยชนะแล้ว แม้ว่าหนังสือพิมพ์ของอังกฤษจะแอนตี้แต่ชัยชนะของเยอรมันยังคงงดงามอยู่เสมอ