บทสัมภาษณ์อัซซูรี่

ไม่มีใครอยากเชื่อซักคน เมื่อเห็นภาพนักเตะอัซซูรี่ที่มีนักเตะ ระดับคุณภาพคับทีม ไม่ว่าจะเป็น เปาโล มัลดินี่, จอนฟวงโก้ โซล่า, เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่, ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ และแม้กระทั่งน้องใหม่ที่มีฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ในซีรี่ส์ เอ อย่างเอนริโก้ เคียซ่า ต้องเดินคอตก ออกจากสนามแอฟิลด์เพราะตกรอบแรกของศึกยูโร 96

หลายๆ คนก่นด่า อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ ที่วางแผนผิดพลาดจนต้อง พ่ายแพ้แก่สาธารณรัฐเชก ในนัดที่ 2 เพราะเขาเปลี่ยนผู้เล่นตัวหลัก พร้อมกันถึง 5 คน

หลายๆคนอาจโทษ จิอันฟรังโก้ โซล่า ที่พลาดลูกจุดโทษทำให้สกอร์ในนัดกับเยอรมันต้องจบลงที่ 0 ประตูต่อ 0

และหลาย ๆคนอาจโทษโน่นโทษนี่ เท่าที่จะนึกออกว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน

แต่จริงๆ แล้ว กว่าจะมาถึงจุดจบที่น่าเสียดายครั้งนี้ทีมชาติอัซซูรี่ ได้พลาดมาแล้วมากมายหลายอย่าง…นับแต่เริ่มเตรียมทีมสำหรับทัวร์ นาเมนต์นี้เลยทีเดียว

นับแต่ชัยชนะใน2 นัดสุดท้ายต่อถูเครน 3 ประตูต่อ 1 และต่อ ลิธัวเนีย 4 ประตูต่อ 0 ในรอบคัดเลือก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นใบเบิกทางไปสู่ยูโร 96 ที่อังกฤษนั้น

อิตาลีไม่เคยเตะนัดอุ่นเครื่องที่จริงจังอีกเลย

นอกจากช่วงปลายเดือนมกราคม ที่อิตาลีเชิญเวลส์ ทีมที่ค่อนข้างอ่อนชั้นมาเตะกระชับมิตร และอิตาลีคว้าชัยชนะอย่างงดงามอีกครั้งถึง 3 ประตูต่อ 0

ชัยชนะด้วยจำนวนสกอร์ที่มากมาย โดยที่ทีมไม่ได้พึ่งพา ซูเปอร์สตาร์หน้าเก่าอย่างโรบี้ บักโจ้ หริอ จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ใน3 นัดนี้ ทำให้ ซ้าคคี่ เริ่มมั่นอกมั่นใจกับทีมชาติชุดนี้ของเขามากยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกนับแต่ที่เริ่มจับงานกุนซือทีมชาติที่เขาสามารถสร้าง ทีมของซ้าคคี่ ที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้เล่นที่เป็นสมองและหัวใจของทีมเพียงคนเดียว เช่นที่ผ่านมา

ซ้าคคี่ ลืมที่จะประเมินค่าของคู่ต่อสู่อย่างแท้จริงมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาคิดว่าเป็นเพราะแผนการเล่นและการวางตัวที่เหมาะสม ทำให้ทีมมีชัยชนะสวยงาม ไมใช่ความต่างระดับของคู่แข่ง อย่างที่เป็นในความจริง

เพราะทั้งยูเครน, ลิธัวเนีย หรือเวลส์นั้นมีมาตรฐานฟุตบอลและนักเตะที่ต่างระดับกับอิตาลีโดยสิ้นเชิง

หลังจากชัยชนะเหนือเวลส์แล้ว เวลา 4 เดือน เต็ม ๆ ที่เหลืออยู่ซ้าคคี่ไม่กำหนดโปรแกรมอุ่นเครื่อง เลยแม้แต่นัดเดียว

ปล่อยให้นักเตะมั่นใจในชัยชนะสุดหรู 3 นัด ที่ผ่านมาอย่างเต็มเปี่ยมว่า นั่นคือความสุดยอดอย่างแท้จริง

ว่ากันด้วยเรื่องยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน ชิพ

“ภาษาฟุตบอล” เป็นที่ทุกคนยอมรับกันทั่วโลกและศึกญูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน ชิพ หรือ “ยูโร 96″ ซึ่งอังกฤษรับหน้าที่เจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 30 11 ก็รวมอยู่ในคำจำกัดความข้าง สันด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

การคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของเยอรมัน หรือ การเข้าชิงชนะเลิศของม้ามืดอย่างสาธารณรัฐเชก คือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เกมลูกหนังสมัยใหม่นั้นกลายเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกันหมดสิ้น

แต่นอกเหนือจากสิงเหล่านั้น ยูโร 96 ยัง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรท่ามกลาง แฟนบอลต่างชาติต่างภาษา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ให้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปมั่นอกมั่นใจกับหน้าที่เจ้าภาพของอังกฤษเป็นอย่างยิ่งนั้นเอง

ยูโร 96 คือทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณมากมาย เริมดั้งแต่การตกรอบแรกของรองแชมป์โลก อิตาลี และแชมป์เก่า เดนมาร์ก ซึ่งเป็นผลงานที่ตากว่ามาตรฐานของ2 ทีมใหญ่

ขณะเดียวกัน ม้ามืดอย่างสาธารณรัฐเชก และโครเอเชีย ต่างเข้ารอบลึกมาได้ด้วยความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะนักเตะเชก ทีมน้องใหม่ ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะไม่ผ่านรอบแรก กลับแซง หน้าทีมใหญ่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทั้งแผง ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, โปรตุเกส หรือตัวเก็งอย่างฝรั่งเศสในนัด ตัดเชือกก็ตาม

แม้แต่อังกฤษเจ้าภาพเองก็หนไม่พ้นปัญหา โดยเฉพาะการลงเตะในบ้านตัวเองต่อหน้าแฟน หลายหมื่นในเวมบลีย์ รวมทั้งอีกหลายลานที่รอชม ผลงานอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จึงถือเป็นความกดดัน อย่างยิ่งของทีมสิงโตคำราม

ทว่า เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ก็แก้ไขสถานการณ์ ไปได้ทีละเปลาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความประพฤตินอกสนามของลูกทีม หรือการทำให้อังกฤษเข้าถึงรอบตัดเชือกกับเยอรมันได้สำเร็จ

และที่เหนือสิ่งอื่นใด นั่นก็คือเจ้าของแชมป์ จากเมืองเบียร์ที่พบกับงานยากลำบากมาตั้งแต่เริ่มด้น แบร์ตี้ โฟ้กท์ส ต้องเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวสำคัญที่หายหน้าไปวันละราย สองราย ที่แม้แต่กัปตันทีม เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์เอง ก็ต้องเร่งฟิตตัวอย่างหนักเพื่อลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ วันสินสุดของการรอคอยมาถึง เมื่อเยอรมัน สามารถใช้กฎ “โกลเด้นโกล์” ตัดสินชัยชนะเหนือ สาธารณรัฐเชกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์ พร้อมกับยุติสถิติปราศจากความสำเร็จของโฟ้กท์ส ในฐานะบุนเดสเทรนเนอร์ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาลงได้ อย่างมีสไตล์

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรยากาศของยูโร 96 ครั้งนี้จะต้องถูกจดจำไปอีกเท่านานแน่นอน

แค่รางวัลปลอบใจสำหรับเจ้าภาพ

เจ้าภาพอังกฤษ ได้ถ้วยรางวัลจากการแข่ง ขันยูโร 96 ไปครองสมใจ แต่ว่าไม่ใช่ถ้วยอองรี เดอโลเนย์ อย่างที่พวกเขาพากันวาดความฝันเอาไว้ แต่เป็นถ้วยรางวัล “แฟร์เพลย์” ในฐานะทีมที่ได้ชื่อว่าเล่นได้ขาวสะอาดที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

“แฟร์เพลย์” เปรียบไปแล้วก็เสมือนกับเป็น สัญลักษณ์การค้าอย่างหนึ่งของยูฟ่า ที่พยายามอย่างยิ่งในการที่จะรณรงค์ให้กีฬาฟุตบอลเป็นการแข่งขันที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบรรดาเยาวชนคนรุ่นใหม่ของโลก

ฟุตบอลได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม ไปทั่วโลกจนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นอันดับหนึ่งของมนุษยชาติไปแล้ว และการที่ระบบการสื่อสารต่าง ๆ ในปัจจุบันพัฒนารุดหน้าไปไกลมาก ทำให้การแข่ง ขันฟุตบอลนัดหนึ่งถูกแพร่หลายไปตามที่ต่าง ๆ ของโลกอย่างกว่างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแข่งขันรายการสำคัญๆ อย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ ยุโรปนี้ ดังนั้น ทางยูฟ่าจึงพยายามหามาตรการป้องกันไม่ให้ภาพการแข่งขันที่รุนแรงปรากฏออกไปสู่สายตาชาวโลก และนี่คือที่มาของสัญลักษณ์สีเหลือง ที่มักจะเห็นกันอยู่เสมอ ๆ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่ม ขึ้นภายใต้ชื่อว่า แฟร์เพลย์

สำหรับในศึกยูโร 96 ทีมที่คว้ารางวัลชิ้นนี้ ไปครองก็คือ ทีมสิงโตคำรามอังกฤษ ในฐานะทีมที่เล่นได้สุภาพที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยก่อนหน้า นั้นพวกเขาก็เคยคว้ารางวัลนี้มาครองได้แล้วครั้งหนึ่ง ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1990 ที่อิตาลี ซึ่งในครั้งนั้นพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปได้จนถึงรอบรองฯ เช่นเดียวกับในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปครั้งนี้

เลนนาร์ต โยฮันส์สัน ประธานยูฟากล่าวชื่นชม ความสำเร็จของทีมเจ้าภาพเสียยกใหญ่กับ การคว้ารางวัลนี้ไว้ได้ในครอบครอง แต่ดูเหมือนว่า ถ้วยใบนี้ดูจะเทียบกับถ้วยรางวัลแชมป์ยุโรปที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย โดยดู ได้จากคำกล่าวของเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ผู้กลายเป็นอดีตนายใหญ่ทีมชาติไปแล้ว “เราไม่อยากได้รางวัล นี้เลย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเสียเลยจริงไหม!”

อันดับดาวซัลโว ยูโร96

อลัน เชียเรอร์      5 ประตู : อลัน เชียเรอร์ (อังกฤษ)

3 ประตู : ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ (บัลแกเรีย), ไบรอัน เลาดรู๊ป (เดนมาร์ก),เจอร็เก้น คลิ้นสมันน์ (เยอรมัน), ดาวอร์ ซูเคอร์ (โครเอเชีย)

2 ประตู : ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ (อิตาลี), เท็ดดี้ เชอริงแฮม (อังกฤษ), มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมัน) โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ (เยอรมัน) 1 ประตู : พาทริค ไคลเวิร์ด (ฮอลแลนด์), คูบิเลย์ เตอร์คิลมาซ (สวิตเซอร์แลนด์), อัลฟองโซ่ เปเรซ (สเปน), อันเดรียส์ โมลเลอร์ (เยอรมัน), คริสเตียน ซีเก้ (เยอรมัน), ซา ปินโต้ (โปรตุเกส), คริสตอฟ ดูการ์รี่ (ฝรั่งเศส), อิลย่า ชิมบาลาร์ (รัสเซีย), โกรัน วลาโอวิช (โครเอเชีย), จอร์ดี้ ครัฟฟ์ (ฮอลแลนด์), เดนนิส เบิร์กแค้มฟ์ (ฮอลแลนด์, เฟอร์นันโด เคาโต้ (โปรตุเกส), พาเวล เนดเวด (สาธารณรัฐเชก), ราเด๊ค เบเบิ้ล (สาธารณรัฐเซก), เอ็นริโก้ เคยซ่า (อิตาลี), พอล แกสคอยส์ (อังกฤษ), ยูริ จอร์เกฟฟ์ (ฝรั่งเศส), โฆเซ่ คามิเนโร่(สเปน),ซโวนิเมียร์ โบบัน(โครเอเชีย), ฟลอริน ราดูโชยู (โรมาเนีย), ซาเมียร์ มานฆาริน (สเปน), กิเยร์โม อามอร์ (สเปน), โลร็องด์ บล็องก์ (ฝรั่งเศส), ปาทริซ โลโก้ (ฝรั่งเศส), อัลส์ แม็คคอยส์ท (สก๊อตแลนด์), อัลลัน นีลเซ่น (เดนมาร์ก), หลุยส์ ฟิโก้(โปรตุเกส), โดมิงโกส โอริเวร่า (โปรตุเกส), เจา ปินโต้ (โปรตุเกส), อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย (รัสเซีย), โอมาริ เตตรัดเซ่ (รัสเซีย), วลาดิเมียร์ เบสทชาสทนิช (รัสเซีย),พาเวล คูคา(สาธารณรัฐเซก), แจน ซูโชพาเร็ค (สาธารณรัฐเชก), วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ (สาธารณรัฐเซก), คาเรล โพบอร์สกี้ (สาธารณรัฐเซก), สเตฟาน คุนท์ซ, (เยอรมัน), แพทริค แบร์เกอร์(สาธารณรัฐเซก), ลูโบสลาฟ เปเนฟ (บัลแกเรีย, ยิงเข้าประตูตัวเอง)

บักโจ้ชี้แข่งใหม่ดีกว่าดวลจุดโทษ

โรแบร์โต้ บักโจ้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลกชาว อิตาลี เสนอความเห็นให้ยกเลิกกฎการดวลลูกจุดโทษ หลังจากที่เกมจบลงด้วยการเสมอกัน เพราะการดวลลูกโทษจะเป็นการอาศัยดวงมากกว่าฝีมือ และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการกำหนดให้มีการแข่งขันใหม่นั่นเอง

เจ้าเปียทองคำ บักโจ้ ของอิตาลีที่กลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ของโลกไปในทันทีหลังจากช่วยให้ทีมของเขา คว้าตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐ ได้ กล่าวว่า เขาต้องการให้ยกเลิกกฎการตัดสินผลแพ้-ชนะ ด้วยการยิงจุดโทษเสีย แล้วให้กำหนดวันแข่งขันใหม่แทน ซึ่งจะทำให้ดูเป็นการใช้ฝีมือมากกว่าใช้ดวงเสียอึก

โรแบร์โต้ บักโจ้

บักโจ้ กล่าวว่า “การตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ เพียงไม่กี่นาที ทำให้การเตรียมทีมมาดลอด 4 ปี ดูหมดคุณค่าไปโดยปริยาย เราควรจะหาวิธีที่ดีกว่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นการกำหนดให้แข่งใหม่ภายใน3 วันก็ได้ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ”

นอกจากนี้บักโจ้ ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่ม เติมอึกว่า ความสวยงามและจินตนาการในเกมฟุตบอลดู จะลดน้อยลงไปทุกที เพราะทุกวันนี้บรรดาเทรนเนอร์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่พอใจกับนักเตะที่มีความแข็งแกร่งมากกว่านัก เตะที่มีพรสวรรค์ในเชิงฟุตบอล เพราะพวกเขาคงลืมไป แล้วว่าความสวยงามของฟุตบอลคืออะไร

ซมิเซอร์ บินกลับปรากเพื่อแต่งงาน

วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ศูนย์หน้าตัวเก่งของเชก บินด่วนกลับไปยังกรุงปราก เพื่อแต่งงานกับพาฟลิน่า วิซโคว่า เจ้าสาวของเขาแล้ว เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา และเขาจะต้องเดินทางกลับมาลอนดอนให้ทันวันที่ 30 มิถุนายนนี้ให้ได้ เพื่อลงทำศึกฟุตบอลยูโร 96 กับทีมเยอรมันในนัดชิงฯ ด้วย

พิธีแต่งงานของซมิเซอร์ จัดขึ้นที่โอลด์ ทาวน์ สแควร์ ซึ่งในวันนั้นมีแฟน ๆหลายพันคนใต้มารวมตัวกัน เพื่อเฝ้าดูพิธีการแต่งงานทางกฎหมายของยอดศูนย์หน้า รายนี้ นอกจากนี้ก็มีเพื่อนๆ ของเขาราว 150 คน พร้อมทั้งญาติๆ มาร่วมเป็นพยานในงานนี้ด้วย

ซมิเซอร์ ได้รับอนุญาตจากดูซาน อูห์ริน โค้ช ของเขาให้กลับไปแต่งงานใต้ แต่จะต้องกลับมาให้ทันการแข่งขันในนัดชิงด้วย โดยก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดคิดว่า ทีมของเขาจะผ่านเข้ามาถึงรอบชิงได้ เขาจึงไม่ได้กำหนด วันแต่งงานให้เลยออกไปหลังจบยูโร

ความภูมิใจของยูโร

เลนนาร์ต โยฮันส์สัน ประธานสหพันธ์ฟุตบอล ยุโรป หรือยูฟ่า กล่าวว่า “ผมรู้สึกพอใจมากกับการแข่ง ข้นในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะผมมีความชื่นชมฟุตบอลอังกฤษมานานแล้ว ผมชอบสไตล์การเล่นของพวกเขามาก ดังนั้นผมจึงขอแสดงความยินดีกับพวกเขาทุกคนด้วย”

“การแข่งชันฟุตบอลยูโร 96 มันเปรียบเสมือนวันเก่าๆ ได้หวนกลับคืนมาเป็นอย่างดี มันไม่ได้เป็นเพียง แค่ฟุตบอลคืนถิ่นเท่านั้น แต่มันก็มีอะไรที่มากกว่านั้นอยู่ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอังกฤษจะเอาชนะเยอรมันได้พวกเขาก็คงได้รับรางวัลแฟร์เพลย์อวอร์ดอยู่เช่นเดิม โดยพวกเขาได้รับรางวัลนี้ในช่วงระหว่างพักครึ่งของเกม การแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศระหว่างเยอรมันกับ สาธารณรัฐเชก ที่สนามเวมบลีย์ และบรรดาแฟนบอลของฮอลแลนด์ก็จะได้รับการเชิดชูเกียรติจากทางยูฟ่า ด้วยในฐานะกองเชียร์ยอดเยี่ยม

อังกฤษนั้นเคยได้รับรางวัลฟีฟ่าแฟร์เพลย์อวอร์ด มาแล้วในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี ซึ่งในปี นั้นพวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อเยอรมันด้วยการดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกัน แฟนเยอรมันฉลองชุดเหวี่ยงหลังเขี่ยอังกฤษ

หลังจากที่เยอรมันสามารถพิชิตอังกฤษได้จาก การดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศ บรรดาแฟนๆ ของทีมอินทรีเหล็กที่อยู่ตามที่ต่างๆ ก็ได้ออกมารวมตัวกัน ดามถนน และย่านต่างๆ เพื่อมาเฉลิมฉลองชัยชนะกัน อย่างสนุกสนาน

แฟนบอลเยอรมันในกรุงเบอร์ลินหลายร้อยคน ไดไปรวมตัวกันในย่านช้อปปิ้งของฝั่งตะวันตก เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกตน โดยมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟ กันอย่างสนุกสนาน ส่วนที่เมืองโคโลญจน์ก็มีการนำธงชาติ เยอรมันมาโบกสะบัดทางหน้าต่างรถ พร้อมกับขับรถวนไปรอบๆ เมืองด้วย

บรรดาแฟนบอลของเยอรมันหลายต่อหลายคน ต่างก็พากันให้ล้มภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์อย่างสะใจว่า พวกเขาไม่รู้สึกโกรธที่หนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ จะล้อเสียนพวกเขาอย่างไร แต่พวกผู้ดีบางคนคงอยากจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยสงครามโลก และในการเล่นนั้น พวกเขาก็สมควรได้รับชัยชนะแล้ว แม้ว่าหนังสือพิมพ์ของอังกฤษจะแอนตี้แต่ชัยชนะของเยอรมันยังคงงดงามอยู่เสมอ

ยูโรฟีเวอร์มีแฟนเกินล้านแล้ว

ส่วนเกมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศนั้น ถึงแม้ ว่าบัตรจะมีราคาแพงมาก จนสามารถซื้อรถเก่งชั้นดีในอังกฤษมาขับได้สบายๆ หนึ่งดันนั้น แต่บัตรเข้าชมเกมก็ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่อีกมาก และหาซื้อได้อย่างยากลำบากด้วย จนทำให้แนวโน้มว่า ราคาบัตรจากเติม 1,200 ปอนด์ อาจจะมีการน่าไปโก่งราคาให้สูงขึ้นอีกในตลาดมืด ก็เป็นได้ซึ่งอาจจะสูงเกินกว่า 2,500ปอนด์ หรือ 100,000 บาท เลยทีเดียว

 

จากการสำรวจจำนวนผู้ชมเกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 ครั้งนี้ พบว่ามีจำนวนแฟนๆ เข้าไปชมเกมการแข่งขันในสนามแข่งขันรวมทั้งสิ้นเกิน 1 ล้านคนแล้ว

หลังจากที่เกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 ในทัวร์นาเมนต์นี้ เริ่มต้นฟาดแข้งกันมาตั้งแต่นัดเปิดสนาม ในวันที่ 8 มิถุนายน จนกระทั่งจบรอบ 8 ทีมสุดท้าย วันที่ 23 มิถุนายน ปรากฏว่ามียอดผู้ชมรวม 1,086,021 คน แล้ว เฉลี่ยแล้วมีแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามนัดละ 38,786 คน

สำหรับจำนวนผู้ชมรวมทั้งสินคาดว่าจะมีสูงถึง 1.25 ล้านคน ที่ให้ความสนใจเข้าชมเกมการแข่งขันในสนาม หลังจากจบรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศแล้ว

นายกเชกลุ้นลูกทีมดวลจุดโทษก่อนการเมือง

วัคลาฟ เคล้าส์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเชก และลูกทีมฝ่ายรัฐบาลของเขาร่างก็ให้ความสนอกสนใจ กับความสำเร็จของทีมของพวกตนมากพอ ๆกับ การเมืองโดยพวกเขาได้ชมเกมการแข่งขันที่เชกเอาชนะฝรั่งเศส ด้วยการดวลลูกจุดโทษอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนที่จะหันไป ให้ความสนใจกับการเมืองต่อ

สาธารณรัฐเชกนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งรัฐธรรมนูญมาเป็นเวลานานเกือบเดือนนับแต่รัฐบาลปีกขวาพ่ายแพ้การเลือกตั้งในรัฐสภา ทำให้บรรดาผู้นำของประเทศต้องเข้าร่วมประชุมกันอยู่เป็นระยะ ๆ แต่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา เหล่าผู้น่าของประเทศต่างก็พากัน หยุดพักกรประชุมไว้ก่อน และเฝ้าชมเกมการแข่งขัน ระหว่างฝรั่งเศสกับเชกที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนกระทั่งเกมการแข่งขันสินสุดลงด้วยชัยชนะของพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาจึงประชุมกันต่อ

เคล้าส์ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ให้ความสนใจติดตามชม เกมกีฬาอย่างใกล้ชิดได้เปิดเผยว่าเขาส่งโทรเลขไปแสดง ความยินดีกับพลพรรคนักเตะเชกทุกคนแล้ว และได้กล่าว แก่ผู้สื่อข่าว’ว่า “มันเป็นความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะชนะทีมที่ยอดเยี่ยมอย่างฝรั่งเศสได้ และผมหวังว่ามันจะช่วยให้การพูดคุยในคณะรัฐบาลจะง่ายขึ้น มากกว่านี้ในช่วงเวลานี้”

ส่วน แจน คาลโดว่า รองนายกรัฐมนตรีของเชก ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนักเตะทุกคนผ่านผู้สื่อข่าวไปด้วย ในขณะที่ วัคลาฟ ฮาเวล ประธานาธิบดีของเชกได้ทำนาย ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เชกจะเป็นฝ่ายชนะและในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ วันที่ 30 มิถุนายนนี้ เขาก็เตรียมพร้อมจะเดินทางเข้าไปชมเกมการแข่งขันที่ลอนดอนด้วย

ตำรวจมั่นใจผู้ดีปะทะเบียร์ไร้ฮูลิแกน

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำกรุงลอนดอนมั่นใจว่า เกมการแข่งขันในรอบรองชนะเลศ ระหว่างอังกฤษและเยอรมันซึ่งถือเป็นนัดล้างตา 30 ปี จะไม่มีแฟนบอลมา ก่อความวุ่นวายอย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความมั่นใจว่า เกมการแข่งขัน ในนัดประวัติศาสตร์นัดนี้ จะดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยไม่ มีอุปสรรคใดๆ จากการตีกันของแฟนฟุตบอลอันธพาล เพราะตลอดเกมการแข่งขัน 28 นัดที่ผ่านมาพวกตนทำหน้าที่ตนดูแลความสงบเรียบร้อยได้เป็นอย่างดี มีการกวาดล้างบรรดาฮูลิแกนลูกหนังจนหมดสิ้นแล้ว และเชื่อว่าแฟนๆที่เข้ามาชมเกมในสนามครั้งนี้ คงอยากดูเกมอย่างสบายใจมากกว่า

คาดอังกฤษ-เยอรมัน แฟนชมเกมทางทีวีกว่า 20 ล้าน

จากการคาดการณของวงการโทรทัศน์ในเมืองผู้ดี คาดว่าเกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ทีมเจ้าภาพ” อังกฤษกับทีม “อินทรีย์เหล็ก” เยอรมัน จะมีผู้ชมเกมการแข่งขันจากทางจอทีวีมากกว่า 20 ล้านคน และอาจทำลายสถิติผู้ชมสูงสุดของการถ่ายทอดสดทีวีในอังกฤษด้วย

เกมการแข่งขันในนัดที่อังกฤษสามารถเอาชนะ สเปนมาได้ในรอบก่อนรองชนะเลศด้วยการยังจุดโทษนั้น ได้รับการเปิดเผยว่ามีแฟน ๆ ที่ชมเกมการแข่งขันจากทาง ทีวีสูงถึง 14.9 ล้านคน และในช่วงที่ยิงลูกโทษตัดสิน มีแฟนๆ เพิ่มขึ้นถึง 17.9 ล้านคนเลยทีเดียว

สำหรับรายการทางโทรทัศน์ที่ผู้ชมชาวอังกฤษ ให้ความสนใจมาก จากการสำรวจพบว่า การสัมภาษณ์ เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทาง บี บี ซี เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ ผ่านมามีผู้ชมสูงถึง 22.8 ล้านคน ถือว่าเป็นรายการทาง โทรทัศน์ที่มีผู้ชมให้ความสนใจมากที่สุด ส่วนการถ่าย ทอดสดฟุตบอลที่มีผู้ชมมากที่สุดคือ ฟุตบอลโลกปี 1990 รอบรองชนะเลิศระหว่าง อังกฤษและเยอรมัน ซึ่งนัดนั้น ทีมสิงโตคำรามพ่ายไปด้วยการดวลจุดโทษ

อย่างไรก็ดีจากการสำรวจของประชาชนชาว อังกฤษในครั้งนี้ได้ผลออกมาว่า แฟนๆ 84.5 เปอร์เซ็นต์ จะชมการถ่ายทอดเกมในนัดนี้ทางโทรทัศน์ โดยจะมี 9ใน10 คนสำหรับผู้ชาย และ8 ใน10 คน สำหรับผู้หญิง

สูตร Sbobet แทงบอลโดยดูจากผลสกอร์ (Livescore)

ผู้เดิมพันท่านใดที่สูตร sbobet แทงบอลแบบดูดจากผลสกอร์ (Livescore) จะมีวิธีการสังเกตง่าย คือ ให้ผู้เดิมพันทำการดูชื่อทีมที่มีวงเล็บประเทศ เป็นหลัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทีมที่เป็นฝ่ายชนะ จะยกตัวอย่างให้ผู้เดิมพันได้ทราบกันดังนี้

FT Wolfsburg 2 – 2 Sturm Graz (Aus)
FT Slaven Belupo (Cro) 3 – 2 Gloria Bistrita
FT Liberec (Cze) 5 – 1 Beitar Jerusalem
FT Sigma Olomouc (Cze) 1 – 0 Pogon Szczecin
FT Lokeren (Bel) 1 – 4 Young Boys Bern
FT Varteks Vzdin (Cro) 4 – 3 Inter Turku
FT Deportivo (Spa) 3 – 0 Buducnost P

ผู้เดิมพันจะสังเกตได้ว่าทีมที่วงเล็บประเทศอยู่ด้านหลัง ผลการแข่งขันจะปรากฏว่าชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 ซึ่งในสูตรSbobet แทงบอลแบบดูดจากผลสกอร์ (Livescore) ถือได้ว่าเป็นสูตรที่นักเดิมพันหลายท่านใช้กันมานาน และนักเดิมพันหลายท่านจะสังเกตุมานานแล้วว่า ส่วนใหญ่แล้วผลที่ได้จะเป็นแบบนี้จริง ๆ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามสูตรนักเดิมพันหน้าใหม่ก็ไม่ต้องตกใจแต่อย่างไร ถ้านักเดิมพันไม่รู้ว่าจะเชียร์ทีมไหนจริง ๆ หรือเลือกทีมไม่ถูกจริง ๆ น่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะพิจารณาได้ว่า ผลมีชนะมากกว่าแพ้

แต่ถ้าเป็น ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก (UEFA Champions League) ให้นักเดิมพันทำการใช้สูตรตรงกันข้ามกัน เพราะยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก(UEFA Champions League) สูตรจะใช้สวนทางกัน ซึ่งจะยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

FT Thun 1 – 0 Sparta Prague (Cze)
FT Barcelona (Spa) 4 – 1 Udinese
FT Manchester U. (Eng) 2 – 1 Benfica
FT FC Porto (Por) 2 – 3 Petrzalka

ซึ่งสูตร Sbobet แทงบอลแบบนี้ จะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าเสียอย่างแน่นอนคะ

ฝรั่งเศสโต้ข้อวิจารณ์ใช้นักเตะต่างชาติ

เอมเม่ ฌักเก้ด์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสและลูก ทีมของเขาออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของฌอง มารี่ เลอ บ็อง ที่กล่าวหาว่า พวกเขาสร้างทีมจากนักเตะต่างชาติ เป็นส่วนใหญ่ว่า สิ่งที่ เลอ ป็อง กล่าวหาเป็นเรื่องไร้สาระ เขาไม่เคยสนใจในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาทุกคนต่างภูมิใจที่ได้สวมชุดแดง น้ำเงิน และขาวของทีมชาติฝรั่งเศส

ทีมฝรั่งเศส1

เลอ บ็อง ออกมาวิจารณ์ถึงหน้าตาของทีมชาติ ฝรั่งเศสภายใต้การคุมทีมของฌักเก้ต์ว่า “นักเตะส่วนใหญ่ของทีมเป็นพวกชาวต่างแดนที่เพียงแด’มาโอนสัญชาติเอา ในภายหลัง นอกจากนี้บรรดานักเตะของทีมทั้งหลายก็ยังไม่ยอมร้องเพลงของทีมชาติอิกด้วย”

ดีดิเยร์ เดล์ชองล์ กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวว่า “ผมรู้สึกผิดหวังกับคำกล่าวหาของเลอ บ็อง มาก เพราะผมเป็นชาวฝรั่งเศสอย่างถูกต้องตามหลักของนักเตะ แต่ผมก็ไม่สนไจเรื่องบ้าๆ พรรณนั้น ผมไม่ยอมให้คำพูดของเขามามีความสำคัญเหนือสิงอื่นใดเป็นอันขาด ผมร้องเพลง ของทีมชาติทุกครั้ง เพียงแต่ผมไม่ชอบร้องเสียงดังมาก เท่าไหร่มันก็แค่นั้น”

มาร์กแซล เดอไซญี่ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของทีมที่มีถิ่นกำเนิดมาจากกานา กล่าวว่า “ผมไม่สนใจ หรือกว่า ทีมของเราจะมีนักเตะผิวดำหรือไม่ หรือผมจะร้องเพลงของทีมชาติรีเปล่า แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ผมเป็นชาว ฝรั่งเศส ผมสวมเสื่อของทีมชาติอยู่ และผมจะทำทุกอย่างเพื่อทีมของเรา”

ส่วน แบร์กนาร์ ลาม่า ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาติ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่กายอานา กล่าวว่า “ถึงแม้ว่า ผมจะไม่เคยร้องเพลงชาติ แต่เลอ บ็อง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของผมได้ เพราะถึงอย่างไรผมก็เป็น ชาวฝรั่งเศสอยู่เช่นเดิม”

แฟนโครแอดแพ้แล้วพาลเผาธงชาติเยอรมัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเบียร์ได้จับกุมแฟนบอล อันธพาลของโครเอเชียจำนวนหนึ่งที่ก่อเรื่องวุ่นวายต่างๆ ในกลางเมืองสตุ๊ตการ์ท เนื่องจากพาลที่ทีมของพวกตน พ่ายต่อเยอรมันจนต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

หลังจากที่โครเอเชียพลาดท่าพ่ายต่อเยอรมัน ไป!-2 ทำให้บรรดาแฟนๆ ของพวกเขาก่อเรื่องวุ่นวายต่างๆ ขึ้นด้วยการเผาธงชาติเยอรมัน ขว้างปากระป๋อง และก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บไป 2 นาย แต่ในที่สุดแฟนๆ เหล่านั้นก็ถูกจับกุมได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสตุ๊ตการ์ท รายงานว่า แฟนบอลชาวโครแอด ราว 200 คนได้ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้น ที่บริเวณใจกลางเมือง ด้วยการดึงธงชาติเยอรมันลงมาเผาและอาละวาดท่าร้ายเจ้าหน้าที่ และที่มานไฮม์แฟน บอลชาวเยอรมันอีก 6 คน ก็ถูกจับทุมด้วยเช่นกัน เนื่องจากฉลองชัยชนะมากจนเกินเหตุ เมาเต็มที่แล้วขว้าง ปาขวดลงบนถนน