ไก่ปลดบิ๊ดจอร์จ

แฟนราคาบอล “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สะดุ้งสุดตัว เมื่อสโมสรมีคำสั่งตะเพิด จอร์จ เกรแฮม กุนซือจอมเฮื้ยบพ้นเก้าอี้กะทันหันเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มี.ค. หลังเอาความงกของบอร์ดบริหารไป ประจานต่อหน้าสื่อมวลชน

เดวิด บุชเลอร์ รองประธานสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดเผยถึงการปลดบิ๊กจอร์จออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแบบไม,ทันตั้ง ตัวในครั้งนี้ว่า บอร์ดบริหารได้เรียกตัว เกรแฮม เข้าประชุมด่วนในช่วงเช้าวันศุกร์ เพื่อให้อดีตกุนซืออาร์เซน่อลอธิบายถึงการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่สโมสรภายใต้การบริหารงานของ อีนิค กลุ่มเจ้าของใหม่ ให้งบประมาณการทำทีมน้อยจนไม่สามารถยกระดับของทีมขึ้นไปสู้กับทีมใหญ่ ๆในประเทศได้ ซึ่งภายหลัง การประชุม คำสั่งปลดเกรแฮมพ้นตำแหน่งก็มีตามมาในที่สุด

“ผมเรียก จอร์จ เข้ามาให้คำอธิบาย แต่เขากลับไม่ชี้แจงอะไร แถมยังมีปฏิกิริยาที่ต่อต้าน” บุชเลอร์ กล่าว “ผมพยายามสร้างความสามัคคีขึ้นในทีม เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่หัว เลี้ยวหัวต่อทีมต้องเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ รวมทั้งด้องกับนักเตะ หลายคนถึงเรื่องการต่อสัญญา ผมไม่ต้องการคนที่ไม่ยอมทำงานเป็นทีม และไม่สนใจความเป็นไปของทีม”

นอกจากมีโปรแกรมด้องเตะกับ อาร์เซน่อล คู่ปรับตลอดกาล ในเอฟเอ คัพรอบตัดเชือกแล้ว สเปอร์ส ยังต้องปวดหัวกับความพยายาม ที่จะรั้งตัว โซล แคมป็เบลล กับ ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน 2 นักเตะตัวหลัก ของทีมที่จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ให้อยู่กับทีมต่อไปอีกด้วย

ราอูลคว้านักกีฬายอดนิยม

ราอูล กอนซาเลซ กองหน้าสุดหล่อของรีล มาดริด และทีม ชาติสเปน ได้รับการโหวตจากคอกีฬาให้เป็นนักกีฬายอดนิยมของชาว สแปนิช โดยมีคะแนนเสียงโหวตเหลือล้นถึง 10 ล้านเสียง น่าลิ่วคว้าอันดับหนึ่งไปครองชนิดไร้คู่แข่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

ราอูลขึ้นรับรางวัลในพิธีมอบรางวัลโดยสถานโทรทัศน์ของรัฐ ท่ามกลางเสียงหัวเราะกึกก้องของผู้ชมในห้องส่ง เนื่องจากของรางวัลสุดน่ารักคือ ช่อพวงมาลัยแกะสลักเป็นรูปหัวใจ

สำหรับอันดับสองเป็นของอินากี้ อูร์ดานการิน นัก แฮนด์บอลชื่อดังที่เลิกเล่นไปแล้วและเป็นพระสวามีของเจ้าหญิงคริสติน่าของประเทศสเปน และ อเล็กช์ คริบิเญ่ ยอดนักบิดแชมป์โลก มอเตอรไซด์ 500 ชีชี ตามมาเป็นอันดับที่สาม

การมอบรางวัลนักกีฬายอดนิยมของชาวสแปนิชให้กับราอูลในครั้งนี้ มีขึ้นหลัง จากที่ดาวยิงหน้าหยกได้รับการยกเลิกโทษแบน 1 นัดและปรับเงิน 20,000 ฟรังก์สวิสฯ (460,000 บาท) จาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

อาณาจักรยูไนเต็ด รวย รวยกว่า รวยที่สุด

ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด คนความเข้าใจหากวันนี้คุณจะได้เห็นแผ่นพับโฆษณาชักชวนให้เปิดบัญชี ธนาคารที่มีชื่อว่า MANCHESTER UNITED SAVINGS ACCOUNT เพราะวันนี้ แมนฯยูฯ กลายเป็นอาณาจักร ธุรกิจมหึมา และเป็น สโมสรที่ทำเงินได้มากที่สุดด้วย
แมน ฯยูฯ ร่วมกับ BRITANNIA BUILDING SOCIETY ซึ่งเป็นสถาบันการลงทุน ทางการเงินอันมั่นคงกว่าร้อยปีของ อังกฤษในการเปิดสินค้าตัวใหม่ออกมาล่อใจสาวกปีศาจแดงทั้งหลาย ดอกเบี้ย 1% ต่อปีสำหรับผู้เปิดบัญชียอม ทรัพย์แมนฯยูฯดังกล่าวอาจไม่มาก แต่ยิ่งแฟนบอลฝากเงินมากเท่าไหร่ สโมสรแมนฯยูฯก็จะได้เงินปันผลต่อปีมากตามไปด้วย โดยระบุว่าอย่างน้อย แมนฯยูฯจะต้องได้โบนัสปีละ 1% ของยอดเงินฝากทั้งหมด
เพียงแมนฯยูฯสโมสรเดียวได้ผันให้พรีเมียร์ ลีกไม่เพียงเป็น ลีกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดและเป็นที่ติดตามมากที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นลีกที่มีทีมซึ่งร่ำรวยที่สุดในโลกด้วย
ความห่างชั้นระหว่างแมนฯ ยูฯกับทีมอื่นๆ ในลึกเริ่มมากขึ้นๆ และแม้กระทั่งเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ แห่งโรมอย่าง ลาซิโอ ในกัลโช่ เซเรีย อา ปรากฏว่าลาซิโอมีตัวเลขผลประกอบการต่อปีน้อยกว่าแมนฯยูฯ ตั้งครึ่ง
และเป็นที่น่าแปลกใจว่า โดยมากแล้ว นักเตะที่ค่าตัวแพงๆ และมีค่าเหนื่อยแพงๆ มักจะค้าแข้งอยู่ ในอิตาลี, สเปนและเยอรมัน หาใช่ในอังกฤษไม่
จากรายงานของ นสพ.ไฟแนนเชี่ยล ไทม์สเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามการสำรวจ ของบริษัท “ฟิวเจอร์แบรนด์” บริษัท หนึ่งในเครือบริษัทโฆษณา “อินเตอร์ พับลิค” แมนฯยูฯกลายเป็นยี่ห้อทาง การกีฬาที่ทำเงินได้มากที่สุดในแผ่นดินยุโรป ชนะทั้งค่ายรถดังเฟอร์รารี่, แม็คลาเรน เมอร์เซเดส และสโมสรรีล มาดริด ด้วยตัวเลขรวม 178.7 ล้าน ปอนด์หรือประมาณ 11,258.1ล้านบาท
และหากไต่ขึ้นไปพูดถึงใน ระดับโลก แมนฯยูฯTVรวยเป็นที่สอง ของโลก ตามหลังเพียงทีมอเมริกันฟุตบอล “ดัลลัส คาวบอยส์” เท่านั้น
ไนกี้ ผู้มาใหม่
โฆษณาคือรายได้ส่วน สำคัญของสโมสร เมื่อปี 2000 สปอนเซอร์ผู้มีชื่อแปะบนหน้าอก รอย คีน และพรรคพวกเวลาอยู่ในสนาม ต้องจ่ายถึง 1,047.75 ล้านบาทโดย ประมาณ และตัวเลขนั้นสูงขึ้นอีก พร้อมๆ กับการมาถึงของ “โวดาโฟน” (VODAPHONE) บริษัทมือถือที่เข้า มาแทนที่ SHARP บนอกเสือเร้ด เดวิ่ลส์ด้วยจำนวนเงินราว 1,700 ล้าน บาทต่อสัญญา 4 ปี
นั่นดูจะไม่เท่าไหร่เมื่อ เทียบกับตัวเลขราว 21,450 ล้านบาท ที่ “ไนกี้” ประกาศออกมา อันเป็นตัวเลขที่ไนกี้เซ็นสัญญาเพื่อเป็นผู้ผลิตเสื้อแข่งให้ทีมปีศาจแดงแทนที่ “อัมโบร” นับตั้งแต่ปี 2002 นี้เป็นด้น ไป และเป็นระยะเวลาถึง 13 ปี นับ เป็นตัวเลขที่ไนกี้เชื่อว่าจะคุ้มค่ากับ การลงทุนเพื่อให้ไนกี้ตอกย้ำถึงสถานะอันเหนือกว่าในตลาดสินค้าเกี่ยวกับ ดูบอลออนไลน์
รายได้ที่มาจากการจำหน่าย ชุดแข่ง, ธุงเท้า และเครื่องแต่งกาย ส่วนอื่นๆ ที่พะตราปีศาจถือสามง่าม จะต้องหารสองระหว่างสโมสรกับไนกี้ และไนกี้ก็ถึงกับเปิดสาขาพิเศษเพื่อส่ง เสริมและรวบรวมสินค้าตรา MU มายั่วยวนแฟนบอลโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ใน สัญญายังมีเงื่อนไขว่า ไนกี้สามารถจะ ทบทวนสัญญาเพื่อต่อรองให้ทาง สโมสรลดราคาลงด้วยหากแมนฯยูฯม ผลงานเลวร้าย (ลง) หรือในกรณีที่ไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลสโมสรยุโรป (ซึ่งคงจะอีกนาน)
นอกจากสปอนเซอร์เกรดเอ หรือจ่ายแพงที่สุด แล้ว แมนฯยูฯยังมีสปอนเซอร์กลุ่มที่สองคือ คาร์ลิ่ง (เบียร์), ซัน ไมโครซิสเต็มส์, เซนจูรื่ สตูดิโอ, โลตัส และรวมถึง เป๊ปซี่ ซึ่งเคยเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ให้แมนฯยูฯ มาทัวร์ประเทศไทยและจีนมาแล้ว ลิขสิทธิ์ทีวีของผีแดง มันไม่ได้มีแต่สัญญาฉบับต่างๆ กับสปอนเซอร์เท่านั้นที่นำมาซึ่ง ความมั่งคั่ง แมนฯยูฯยังมีผลกำไรจาก การจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดเกมการแข่งขันของทีมทางโทรทัศน์ นอกเกาะยูเคอีกด้วย
ฤดูกาลที่แล้ว แมนฯยูฯรับ ไปเหนาะๆ 1,732.5 ล้านบาทจาก การขายลิขสิทธิ์ทีวี โดย 957 ล้าน บาทจากจำนวนตังกล่าวมาจาก แชมเปี้ยนส์ ลีกซึ่งปีศาจแดงเข้าถึงเพียงรอบควอเตอร์ไฟนั่ล
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าฤดูกาล ปัจจุบันนี้ลูกทีมของท่าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจะไปได้แค่ไหนในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นับจากเดือนกรกฎาคม 2001 เป็นต้นไป ตัวเลขก็ไม่ได้ลดหย่อนลง เมื่อข้อตกลงใหม่กับพรีเมยร์ลีกล่วงไปแล้ว โดยสโมสรจะมีเอี่ยวในการตัดแบ่งเค้กก้อนโตมูลค่า 887,095 ล้าน บาทกับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ ลีกเป็น ระยะเวลา 3 ปี
นั่นคือตัวเลขในสัญญาใหม่ระหว่างสมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) กับ “บีสกายบี” ทีวีเสียเงิน และ สถานีโทรทัศน์ของเอกชน “ไอทีวี” แห่งอังกฤษ และนั่นยังไม่รวมลิขสิทธิ์ ที่กำลังจะตามมาจากทีวีประเภทเพย์-เพอร์-วิว หรือดูทีจ่ายที
แมนยูหัวจรดเท้า
แหล่งต่อมาของรายได้ก็ได้ รับการปรับตัวเลขตามตัวอื่นๆ ขึ้นไป เช่นกัน เรากำลังพูดถึงสินค้าที่ระลึก ซึ่งจกลายทำรายได้ให้สโมสรกว่าพันล้านบาท ไม่รวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หลากหลายรูปแบบแล้ว สินค้าของแมนฯยูฯมีให้เลือกตั้งแต่โยโย่ ตะเกียง, สเตริโอ, ผ้าปูเตียง, กระดาษสี, รองเท้าแตะ, กางเกงบ๊อกเซอร์ ฯลฯ
ลิสต์สินค้าที่ระลึกของ แมนฯยูฯดูจะยาวเกินกว่าใครจะนึกได้หมด ภายในแมนฯยูฯเมกกะสโตร์นั้นหลายต่อหลายมุมมีจอยักษ์แสดงผล งานสุดยอดของเร้ด เดวิ่ลส์เพื่อกระตุ้น ต่อมช็อปปิ้งของแฟนบอลด้วย แต่ละวัน มีแฟนบอลนับพันทั้งชาวอังกฤษและต่างชาติแวะเวียนมาจับจ่ายซื้อของที่นี่ โดยที่ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ในวันที่มีแมตซ์แข่งขัน ร้านจะแน่นขนาดไหน
และเพื่อจับจ่ายใช้สอยด้วย ด้วยความเป็นแมนยูเนี่ยนเต็มตัว ยังมีบัตรเครดิต MANCHESTER UNITED MASTERCARD หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาสเตอร์การ์ด ให้ไว้รูดกันเบิกบาน

น้ำนมแม่กับน้ำนมวัว ต่างกันยังไง

โปรตีน

ในน้ำนมแม่มีโปรตีนน้อยกว่าน้ำนมวัว น้ำนมแม่มีโปรตีน ร้อยละ 1.6 น้ำนมวัวมีโปรตีน ร้อยละ 3.2 ด้วยเหตุนี้เองเมื่อทารกดื่มน้ำนมวัวแทนน้ำนมแม่ ร่างกายสะสมโปรตีนเอาไว้ไม่ได้ ทารกจะต้องย่อมทำการ เผาผลาญโปรตีนให้หมด ท้องเลยเกิดอืดเฟ้อขึ้นมา ท้องขึ้น ท้องเสียได้ง่าย เมื่อดื่มน้ำนมวัวแทนน้ำนมแม่

อย่างไรก็ตามโปรตีนของน้ำนมวัวหยาบกว่าโปรตีน น้ำนมแม่มาก เลยทำให้เกิดการย่อยยากกว่า

ไขมัน

ในน้ำนมแม่มีไขมันเนยน้อยกว่าในน้ำนมวัว น้ำนมแม่ มีไขมันเนย ร้อยละ 3.7 น้ำนมวัว มีไขมันเนย ร้อยละ 4

คาร์โบไฮเดรต

ในน้ำนมแม่มีน้ำตาลนมแล็คโต๊สมากกว่าน้ำนมวัว น้ำนมแม่มีแล็คโต๊ส ร้อยละ 7 น้ำนมวัวมีแล็คโต๊ส ร้อยละ 5 ด้วยเหตุนี้เอง น้ำนมแม่จึงมีรสชาติหวานกว่าน้ำนมวัวเล็กน้อย

แล็คโต๊สมีส่วนสร้างความเจริญและความฉลาดให้ทารกได้ดี เพราะระบบสมองเจริญเติบโตดีกว่า ทารกและเด็กที่เกิดมาแล้วดื่มน้ำนมแม่จึงมีความฉลาดมากกว่า ทารกและเด็กที่ดื่มน้ำนมวัว

นี่เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์วิจัยออกมาแล้ว

เกลือแร่

สำหรับสารตัวนี้ ปรากฏว่าในน้ำนมแม่นั้นมีเกลือแร่น้อยกว่าในน้ำนมวัว

ในน้ำนมแม่มีเกลือแร่ชนิดต่างๆ อยู่ ร้อยละ 0.2 ในน้ำนมวัวมีเกลือแร่ชนิดต่างๆ อยู่ร้อยละ 0.7

เอ็นไซม์

ทั้งในน้ำนมแม่และในน้ำนมวัวต่างกิมีเอ็นไซมอยู่ แตกต่างกันอยู่เช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันนี้ ปัญหาเรื่องการเลี้ยงทารกด้วยน้ำนม ผสมมีบทบาทมากมาย เพราะความจำเป็นของสังคม

ผู้คนจำนวนมากพากันหันมาพึ่งพาอาศัยน้ำนม ผสมซึ่งก็เป็นน้ำนมวัวเป็นหลักนั่นเอง

นั่นก็เนื่องจากว่า ผู้ที่เป็นมารดาจะต้องยุ่งยากกับการประกอบธุรกิจการงาน มีอาชีพที่จะต้องออกไปทำงาน นอกบ้าน ต้องเอาลูกน้อยของตัวเองไปฝากให้ผู้อื่นเลี้ยง จึงต้องเลี้ยงด้วยน้ำนมผสมกันไปอย่างที่เห็นกันอยู่

การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมารดานั้นเป็นเรื่องยากลำบากเสียแล้ว ยกเว้นในชนบทหรือในบุคคลบางคนเท่านั้น

ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมนั้นทำให้ผู้ที่เป็น มารดาจะต้องออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ จะ ต้องแบ่งเบาภาระหน้าที่ช่วยเหลือพ่อบ้านอีกแรงหนึ่ง ซึ่ง บางทีก็แทบจะเดือดร้อนอยู่แล้วทั้ง ๆ ที่ช่วยทำงานกันทั้ง สองคน

การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมผสมจึงเกิดขึ้นมาอย่างช่วยผู้ที่เลี้ยงก็อาจจะไม่ระมัดระวังเรื่องความสะอาดให้ดี ทำให้เกิดปัญหาทารกท้องเสียท้องร่วงตามมาได้ง่าย ๆ

บางรายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เอานมข้นหวานมาเลี้ยง ทารกอย่างหน้าตาเฉย เพราะก็คิดว่าเป็นน้ำนมเหมือนกัน ผลที่เกิดขึ้นก็คือทารกขาดสารอาหาร เพราะนมข้น หวานไม่มีโปรตีนเพียงพอ ทั้งมีความหวานจัดมาก รวมทั้งมีแป้งผสมอยู่อีก ทั้งขาดสารอาหาร ทั้งเกิดอาการท้องเสียด้วย

สุขภาพร่างกายของทารกเลยเสียไปอย่างมากมาย

แน่นอนที่สุด ร่างกายจะต้องขาดแคลอรี่ไปอีกมาก เสียสุขภาพไปหมด

เท่าที่เห็นกันมานั้น ทารกที่ขาดโปรตีน ขาดแคลอรี่นั้น เมื่อรอดมาได้ร่างกายก็ผอม ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับคนแก่คนเฒ่า

ภูมิต้านทานโรคต่ำ หนทางการติดเชื้อมีมากมาย โรคที่ไม่น่าจะเป็นก็เป็นได้ง่ายเพราะร่างกายไม่มีภูมิต้านทาน โรคที่เพียงพอ สังเกตได้เลยว่าเป็นหวัดง่ายมาก

ปวดหัวตัวร้อนได้ง่ายมากจริง ๆ